at 6
คำเตือน NC ต่อไปนี้คือ อนุบาลหมีน้อย กลัวว่าคุณจะไม่พอใจ เพราะมันเป็นการเขียนของเด็กหัวสมองน้อยๆคุณอาจจะเสียความรู้สึกได้ง่ายๆ
เราเตือนคุณแล้ว
ยังจะอ่านอีกรึ?
มาถึงขึ้นนี้ละคงห้ามไม่ได้แล้วละ
ขอให้สนุกน๊า~
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนตรงหน้าเขาต้องทำอะไรกับร่างกายเขาแน่ๆ
มันร้อนรุ่มแบบแปลกๆ แถมยังเสื้อผ้าของเขาก็ลงไปกองกับพื้น มันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่! ไอ้อาการร้อนตามร่างกาย
อาการปรารถนาอะไรบางอย่างมันตีจุกจนพูดไม่ออก
ใครก็ได้ช่วยผมที!
สายตาของคนอยู่บนเตียงมองคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างหวาดกลัว
แต่มันกลับเป็นสายตาที่น่ารักซะจนอดใจไม่ไหวสำหรับอีกคน
ชายหนุ่มกระตุกยิ้มที่หนึ่งในเงามืดก่อนจะค่อยๆชะโงกหน้าออกมาจากเงา
“ถึงเวลาสนุกกันแล้ว มินซอก”
ร่างนั้นไม่พูดเปล่า
เขาเดินมาซ้อนด้านหลังของร่างอวบที่สั่นระริกจนตัวแดง
ล้มลงไปสูดกลิ่นหอมอ่อนๆจากลำคอให้อีกคนได้สะท้านก่อนจะเอื้อมมือข้างหนึ่งไปกอบกุมแก่นกายที่กำลังตื่นของอีกคนไว้
“อ้า...”
เพียงแค่อีกคนสัมผัสมัน
ความรู้สึกใกล้ถึงจุดก็จู่โจมให้หลุดเสียงที่น่าอายออกมา
มือข้างที่ไม่ได้โดนล่ามปัดป่ายมือที่กำลังทำร้ายเขาด้วยความรัญจวนให้ออกจากตรงนั้น
จนอีกคนรู้สึกหงุดหงิด คนที่ซ้อนอยู่ด้านหลังดึงมือข้างที่วุ่นวายของอีกคนออกตรึงไว้ห่างกายพร้อมกับบีบเค้นตรงนั้นให้อีกคนรู้ว่าใครกันที่อยู่เหนือกว่า
“อ่ะ..อ้า...อึก...ฮือ..ปล่อย..ผม..”
ทั้งความปรารถนาและความอายพุ่งเข้าจู่โจมอย่างโรมรัน
มือที่บีบเค้นเขาอย่างทรมานนั้นกลับสร้างความอัปยศให้ร่างกายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
แม้จะต่อต้านทางสมองแต่ร่ากายกับเต้นระริกไปตามท้วงทำนองของอีกคนจนควบคุมไม่อยู่
“กักไว้ทำไม ปล่อยออกมาสิ”
เสียงทุ้มก้องกังวานข้างหูเอ่ยคำสั่งที่แสนหวานให้อีกคนคล้อยตามอย่างง่ายดาย ยิ่งลมหายใจเป่ารดข้างแก้มนานเท่าไรคลื่นอารมณ์ของคนรองรับยิ่งตีขึ้นสูงจนกระทั่ง
“........อ้า...........”
ของเหลวพุ่งออกมาจากคนข้างใต้อย่างมากมายจนน่าคิด แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ความสนุกของเขาลดลงเลย
นี่คงไม่เคยช่วยตัวเองเลยสินะ!
ร่างอวบอ้อนระทวยลงไปด้านหน้าจนอีกคนที่ซ้อนอยู่ต้องรีบดึงให้หงายมาด้านหลัง ผิวกายขาวยังคงร้อนอยู่แม้ว่าจะถูกปลดปล่อยไปแล้วก็ตาม
มันทำให้คิ้วเรียวขมวด
แต่เมื่อคนที่อยู่ข้างหลังกระซิบข้างหูมันก็ทำให้เจ้าตัวต้องเบิกตากว้าง
“ความสนุกมันต่อจากนี้ต่างหาก”
ร่างอวบเริ่มดิ้นขลุกในอ้อมกอดที่รัดเขาจากด้านหลัง
แต่ความเมื่อยล้ายังคงเล่นงานเจ้าตัวจนไม่สามารถขัดขืนสัมผัสที่อีกคนยัดเหยียดให้ได้
“...อึก..เจ็บ..”
ฟันคมของอีกคนงับเข้าที่ไหล่เล็กเพื่อเป็นสัญญาณเตือนให้เลิกดื้อกับตน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นซุกไซ้
จมูกโด่งไล่สูดกลิ่นหอมอ่อนๆที่เหมือนผิวเด็กของอีกคนจนทั่วไหล่
ก่อนจะกดจูบตรงจุดที่เขาพอใจ ประทับรอยสีกุหลาบให้อีกคนได้ระลึกถึง
“....อือ...อึก...อ่า...อย่...า...”
เสียงห้ามระคนเสียงครางยังคงดังขึ้นเรื่อยๆ
หาแต่อีกคนได้สนใจไม่
สิ่งที่เขาสนใจอยู่ตอนนี้คือร่างกายที่นุ่มนิ่มเหมือนผิวเด็ก
ทุกพื้นที่ที่มือเขาลากผ่านบ่งบอกได้เลยว่าร่างกายนี้ไม่เคยมีคนได้สัมผัส
เขาเป็นคนแรกที่ได้ลิ้มลอง
ความสุขใจและสะใจพอกพูนขึ้นในหัวใจอย่างไม่รู้ตัว
มารู้อีกทีคือเขาพลิกร่างของอีกคนให้นอนบิดเร้าเพราะความอยากอยู่ใต้ร่างเขาแล้ว
แม้ปากจะพร่ำบอกให้เขาหยุด
แต่ปฏิกิริยาที่ตอบกลับมากลับน่ารักซะจนเขาไม่อยากจะกดใจไหวให้กดจูบหนักๆที่ผลเชอรี่แสนหวานซึ่งตอนนี้มันแข็งเป็นไต่สู้ปากเขาดีเสียนี่
“...อ่ะ...อ่า...อ้า..”
เขาไม่อยากเชื่อเลยจริงๆว่าเป็นเสียงของตน
แต่เวลานี้สิ่งที่สะท้อนอยู่ในหัวมันคืออารมณ์บางอย่างที่เหมือนพายุขนาดใหญ่ก่อตัวอยู่ภาพใน
ยิ่งอีกคนสัมผัสเขามากเท่าไรก็เหมือนกระแสไฟที่กระตุ้นให้พายุขยายตัว ทุกครั้งที่ริมฝีปากนั้นลากผ่าน มันรู้สึกร้อนจนอยากจะได้น้ำเย็นๆมาราด
แม้จะปฏิเสธและสั่งทุกครั้งว่าให้ปัดมันทิ้ง
แต่เหมือนร่างกายนี้จะไม่ใช่ของเขาเสียแล้ว
มันยังคงดื้อด้านและตอบรับอีกคนอย่างเต็มใจ
“...อื้อ..อืม...”
ร่างที่คร่อมอยู่ผละออกมาดูผลงานของที่อยู่บนร่างของอีกคน ผิวกายขาวๆถูกแต่งแต้มไปด้วยรอยกุหลาบจนอดไม่ได้ที่จะยิ้มกริ้ม
ริมฝีปากเล็กๆเหมือนผลเชอรี่นั้นทำให้เขาอยากจะรู้นักว่าข้างในมันจะหวานหรือไม่
ไม่ต้องรอให้เสียเวลาเขาก้มลงประกบปากเล็กๆนั้นอย่างห้ามใจไม่อยู่ ความนุ่มของกลีบปากเล็กๆยิ่งทำให้เขาหลงใหลแต่ปากนั้นกลับเม้มแน่นอย่างขัดใจ คนที่ต้องการชิมความหอมหวานก็ไม่ยอมแพ้
เขาบีบคางของอีกฝ่ายจนน้ำตาเล็ด
“..โอ๊ย!!...อื้อ..ฮือ...”
ได้จังหวะเขาก็ประกบจูบอีกรอบ
ส่งลิ้นเข้าไปลิ้มรสที่เขาต้องการโดยไม่สนใจน้ำตาที่กำลังไหลอาบแอบอีกคน
เพราะความหอมหวานที่ได้รับมันน่าสนใจกว่า ลิ้นน้อยๆพยายามหลบหลีกทุกทางภายในปาก
แต่สุดท้ายก็ต้องยอมจำนนทั้งน้ำตา
ยิ่งร้องไห้ออกมาเท่าไร
อีกคนยิ่งได้ใจ
ยิ่งปฏิเสธเท่าไร ก็เหมือนจะถูกยัดเหยียดมาเท่านั้น
“โอ้ยยยยยย....เจ็บ....อย่า...ฮือออ...เจ็บ...”
ความเจ็บจากส่วนล่างทำให้เขาหลุดจากภวังค์ที่อีกคนวางไว้ ช่องทางที่ไม่มีการเตรียมหรือแม้แต่เครื่องล่อลื่นแน่นอนว่ามันต้องฉีกขาด
ความรู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างถูกแยกเป็นสองพุ่งตรงมายังสมอง
ช่องทางที่ถูกรุกรานเกรงตัวแน่นเพื่อขับไล่แก่นกายของอีกคน หัวเล็กๆส่ายไปมาเพื่อปฏิเสธสิ่งที่ถูกดันเข้ามาเรื่อยๆ
สองมือบีบแขนของอีกคนแน่นเพื่อบอกว่าเขาไม่ต้องการ
เขาเจ็บ!
“...ออกไปเถอะ...ขอร้องละ!...ผมเจ็บ..”
ถึงจะร้องขอยังไงอีกคนก็ยังคงบีบเค้นที่บั้นท้ายเพื่อให้ช่องทางคล้ายตัวแล้วกระแทกแก่นของตนเข้ามา
“...อ่า...แต่ร่างกายนายมันไม่ได้บอกอย่างนั้นนะ..”
เขายังคงกระแทกเข้าไปในช่องทางอ่อนนุ่มที่บีบรัดเขาอย่างถึงใจ ความร้อนของผนังกับการบีบตัวมันทำให้เขาแทบคลั่ง เหมือนอีกคนจะไม่รู้ว่าร่างกายของตนเองนั้นเร้าร้อนแค่ไหน เขาเปลี่ยนจังหวะเป็นเนิบนาบให้อีกคนได้สะท้าน
ช่องทางที่ตอดเขาทุกครั้งที่กายของเขาเข้าไปจนสุดและเหมือนกับเผยอออกรอให้เขาเข้าไปอีกครั้งที่เขาดึงออกมาจนเกือบสุด
“..อึก..อ่ะ...อ่ะ...”
“ดูสิ...
ร่างกายของนายมันซื่อสัตย์จริงๆ”
คำพูดหยอกเย้าและมือร้อนไล้ตามแผ่นอกเนียนให้มันเด้งรับทุกครั้งจนเขาแทบจะกัดลิ้นตาย
“...ไม่เอา!..อึก..อ่ะ..อ่ะ...อ่ะ..”
คนรุกเริ่มจะขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงด้วยเพราะอารมณ์มันพุ่งขึ้นสูง
เขาเร่งจังหวะของตัวเองให้เร็วขึ้น การกระแทกเข้าอย่างถี่รั่วทำให้คนรับครางแทบไม่ทัน มือเล็กเกาะไหล่ของอีกคนอย่างหาที่พึ่ง
เหงื่อกาฬผุดขึ้นบนใบหน้าจนชุ่ม
หยดน้ำกลั่นตัวรวมกันไหลไปตามไรผมผสมกับน้ำตาเม็ดใหญ่ที่ไหลออกจากหางตา
น้ำตาแห่งความเสียใจไหลรินให้ความอัปยศของร่างกายที่ไม่ยอมฟังเจ้านาย
ความรู้สึกตอบรับทุกสัมผัสที่ขัดแย้งกับสมองที่สั่งการให้ปฏิเสธจนเจ้าตัวแทบจะกลั่นใจตาย
เวลานี้ความอับอายถูกกระชากด้วยอารมณ์ดิบอย่างไม่มีชิ้นดี
ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีถูกปีศาจที่ชื่อว่าความปรารถนาทำลายลงจนไม่เหลือ
มันหลงเหลือไว้เพียงความว่างเปล่าในสมอง
ทุกทวงท่าทุกอารมณ์ของมินซอกถูกชักนำด้วยเพลิงแห่งความยากที่อีกคนยัดเหยียดให้ ร่างกายที่ไม่ยอมฟังนั้น
สมองก็ได้แต่ยอมให้มันทำตามสัญชาตญาณเมื่อทางสวรรค์กำลังฉายอยู่ข้างหน้าอย่างรำไร
“อึก...อ้า...”
“..อืมม...อ่า..”
http://my.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=871992&chapter=8 <<กลับไปไม่เม้น น้องบุ๋มงอล
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น