วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2556

บทที่ 2 Lumin

บทที่ 2 

LuMin

จะบอกว่ามันเป็น NC ที่ผิดพลาดของบุ๋มอย่างแรง!

แต่งออกมาไม่ได้เรื่อง
มันยิ่งกว่า อนุบาลหมีน้อย

หวังว่าทุกคนคงให้อภัยกับการแต่งที่ผิดพลาดครั้งนี้ด้วย

กราบงามๆ บุ่มขอให้ทุกคนโชคดีในการอ่านนะคะ ~


SWEETDREAM MUSiC

คนที่อยู่ข้างใต้ตุบไหล่กว้างเบาๆเป็นสัญญาณว่าเขาต้องการอากาศเดี๋ยวนี้ ซึ่งอีกคนก็รับรู้แต่เขาก็ถอดจูบออกมาอย่างเสียดายเมื่อในสมองมันเด่นชัดในหัวว่ากำลังเคลิ้มริมฝีปากเล็กนั้น


“แฮ่ก...แฮก...”

มินซอกหายใจโกยอากาศเข้าไปให้มากที่สุดเมื่อได้โอกาส เพราะตอนนี้ตนคิดว่าถ้าไม่รีบเอาออกซิเจนเข้าปอดสมองของเขาอาจจะเกิดอาการตายขึ้นมาได้

 
“..อ่ะ..อือ..อา..ลู่~..”

ยังไม่ทันที่ใบหน้ากลมจะหายแดง เขาก็ต้องรีบหดคอเมื่อถูกคนข้างบนจู่โจม ริมฝีปากร้อนกดลงที่ผิวลื่นราวกับเด็กที่ต้นคอเพราะเกิดอาการอยากแกล้งอีกฝ่ายขึ้นมา แล้วไล่ลงมาเรื่อยๆตามลำคอผ่องที่เขาหมั่นเขี้ยวมานาน

วันนี้แหละ ลู่ฮานจะฟัดให้หายอยากเลย!


“..อือ..อ่ะ..ฮะ..อืม..อือ..”

ยิ่งคนข้างใต้ครางอืออึงในลำคอเขายิ่งได้ใจ กดเน้นที่ต้นคอให้อีกคนได้เสียวยิ่งขึ้น เม้มกัดจนมันเกิดรอยเพื่อตีตรา  มือหนาที่เริ่มร้อนขึ้นจากอารมณ์ปัดป่ายไปตามสีข้างของอีกคนอย่างช้าๆ และจุดที่มือสองหยุดทำการนานที่สุดคงจะเป็นสะโพกมนๆที่ตอนนี้มันเริ่มแดงเป็นปืนจากการกระทำของมือคู่นี้


“..อ่ะ..อ่ะ..อ่า..อือ..”

เสียงออกแหลมเริ่มหลุดออกมาโดยที่เจ้าตัวไม่อาจห้ามอยู่เมื่ออีกคนก้มลงสร้างความเสียวซ่านตรงยอดอกที่ชูชันเพราะเริ่มอารมณ์ที่ตนเป็นคนก่อ


“...อา..ลู่..มัน..อือ..”

ด้วยความที่เขาไม่เคยที่จะมีความรู้สึกแบบนี้มาก่อน ถึงแม้ว่าพอจะรู้ว่าต้องมีเรื่องแบบนี้ขึ้นสักวัน แต่ก็ใช่ว่าเขาจะเคยทอดกายให้ใครมาก่อนนิถึงจะได้รู้ว่าควรจะทำยังไงกับสิ่งที่กำลังเกิด  ตอนนี้เขาได้แต่ระบายสิ่งที่ก่อเกิดอยู่ภายในกายผ่านทางปลายนิ้ว สอดใส่ที่กลุ่มผมทองอย่างไม่รู้ตัว  ในสมองมันว่างเปล่าจนรู้สึกว่ามันคงจะกรวงไปแล้ว ริมฝีปากเล็กๆที่บวมเจ่อเพราะถูกบดเบียดกำลังหอบเอาอากาศเข้ามาดับไฟร้อนที่สุ่มอยู่ข้างใน


“...อ่ะ!....ดะ...เดี๋ยวอาลู่จะทำอะไร..”

คนหน้ากลมรีบมองใบหน้าหวานที่กำลังยิ้มให้เขาอย่างเจ้าเล่ห์ เขากำลังสงสัยว่าทำไมอีกคนถึงได้ร่นตัวลงไปอยู่หว่างขาเขา แต่ทันทีที่อีกฝ่ายกอบกุมเอาของหวงของเขาขึ้นมา เขาก็รู้โดยสัญชาตญาณว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อ


“อาลู่อย่...า!!...~…นะ...อ่ะ..อ่ะ..”

ปากร้อนๆก้มลงครอบแก่นกายของอีกคนแล้วรูดขึ้นรูดลงอย่างเอาแต่ใจโดยไม่ฟังเสียงห้ามของอีกคน ที่ตอนนี้มันกลายเป็นเสียงครางอย่างที่เขาต้องการ


“..อ่ะ..ฮะ...อือ..อ่ะ..”

ร่างทั้งร่างบิดไปมาอย่างน่ารัก มือทั้งสองข้างกำผ้าปูที่นอนสีขาวจนยู้ยี้ ตัวที่เคยออกสีขาวตอนนี้มันกลายเป็นสีชมพูด้วยความร้อนที่รุ่มเร้าอยู่ภายในพร้อมกับรอยสีกุหลาบกระจายอยู่ตรงลำคอและแผงอก เหงื่อเม็ดเล็กเม็ดใหญ่ผุดออกมาจนปลายผมชุ่ม ตอนนี้ลู่ฮานผละออกมาจากกายเล็กของอีกคนแล้วใช้มือร้อนๆๆของตนแทน เพราะเขาอยากจะเห็นปติมากรรมอันแสนเย้ายวนที่ตนเป็นคนสร้าง ตัวขาวกลายเป็นสีชมพูบวกกับรอยสีกุหลาบที่กระจายไปทั่ว


มันช่างยุอารมณ์เขาอย่างดีจริง!



“อาลู่..มะ..ไหว..แล้ว..”

ตอนนี้คนข้างใต้เริ่มจะมองไม่เห็นสิ่งตรงหน้าเมื่อเขาเลือกที่จะหลับตาเพราะไม่กล้าสบสายตาของอีกคนที่มองมาเหมือนจะกลืนเขาเข้าไปทั้งตัว  และทั้งยังอารมณ์ที่พุ่งสูงจนเขาคิดว่าคงใกล้จะไปถึงดวงจันทร์แล้ว


“...อ้า..”

สุดทางของมินซอก ดวงจันทร์ที่เขาก้าวไปเหยียบเพียงเสียววิก็ถูกฉุดลงมายังพื้นโลกอีกครั้งพร้อมกับหยาดน้ำของเขาเองที่พุ่งเปรอะหน้าท้อง


“มินซอกอ่า~”

ลู่ฮานมองน้ำในมองอย่างไม่คิดรังกียจ แต่สิ่งที่เขารังเกียจอยู่ตอนนี้คือการที่อารมณ์เขายังไม่ดับ  เขามองอีกคนที่ปริ่มจะหลับแล้วยิ้มกริ่ม


“ฉันยังไม่เสร็จเลยน๊า นายต้องรับผิดชอบ รู้มั้ย หืม?”

ลู่ฮานคร่อมอีกฝ่ายอีกครั้งก่อนที่จะประกบจูบปลุกอารมณ์ที่ดับไปแล้วให้พุ่งขึ้นมาอีกครั้ง เขาส่งลิ้นเข้าไปกวาดเอาความหวานอย่างตะกระซึ่งอีกคนก็ได้แต่คล้อยตามอย่างว่าง่าย มือที่เต็มไปด้วยน้ำรักค่อยๆเคลื่อนเข้าไปยังร่องนิ่ม นิ้วเรียวแทรกผ่านกลับรักอย่างช้าๆโดยมีน้ำรักเป็นตัวช่วย  


ทีละนิ้ว


“..อ่ะ..อื้อ...!!


แม้จะอ่อนโยนแค่ไหน แต่ถ้าขึ้นชื่อว่าใหม่มันก็ต้องมีอาการต่อต้านบ้าง เหมือนกับกางเกงตัวใหม่ที่รัดทุกสัดส่วนจนแทบจะหายใจไม่ออก  แต่เขาก็ไม่อยากให้ตัวเอาต้องค้างติ่งงานนี้จึงต้องมีการฝืนกันบ้างเล็กน้อย
เล็กน้อยจริงๆนะ


“อย่างเกร็งนะคนดีของอาลู่”


“ฮึก..อึก..”

เขาจูบที่ขมับชื้นของอีกคนเพราะการเกร็งตัวจนนิ้วทั้งสองของเขาขยับไม่ได้  ซึ่งคนอยู่ข้างใต้ก็ไม่แพ้กัน ถึงแม้ในใจจะยอมแต่เขาก็ไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนไม่แปลกที่เขาจะผ่อนคลายไม่เป็นมันจึงเป็นไปตามกลไกอัดโนมันติของร่างกาย



“อึด...อั..ด..อึก..อ่ะ...อือ”


   
“ไม่เป็นอะไรนะ  แล้วมันจะดีขึ้น”



เขาเอ่ยปลอบจากข้างหูพร้อมกับกดจูบตรงที่เคยผ่านมาแล้วซ้ำอีกครั้งเพื่อให้อีกคนผ่อนคลายมากกว่านี้


ไม่อย่างนั้นอีกคนจะรับตัวเขาไม่ได้


เขาไต่ลงไปต่ำจนเจอลูกเชอรี่ที่เต่งตึงเชิญชวนอยู่ และไม่ขัดประสงค์เขาจัดการบดขยี้เจ้าเชอรี่จอมยั่วนี้ด้วยปากและมือข้างที่ว่าง จนด้านหลังของอีกคนเริ่มคลายตัว เขาจึงขยับนิ้วเข้าออกอย่างหนักหนวง เริ่มๆช้าหน่อยสักพักก็ถี่ขึ้น บางครั้งมันก็ไปถูกจุดไวสัมผัสจนอีกคนเด้งตัวขึ้น


“..อ่ะ...อ่ะ..อ่ะ..”


“..พร้อมนะอาเปาของลู่”


“..อื้อออออ..”

เขาไม่อยากรับรู้คำตอบของอีกคนสักเท่าไร และอีกคนก็คงไม่มีทางได้ตอบเมื่อลิ้มร้อนเข้ามากวาดต้อน หยอกล้อกันในโพรงปากช่ำอีกครั้ง 


เฮือก!!


“อืออออ...อืออ...อื้ออ...!!

ร่างทั้งร่างต้องสั่นระริกเมื่ออีกฝ่ายนำพากายของตนเข้ามาให้เข้าได้รับรู้ แต่สิ่งที่คนข้างใต้รู้ในวินาทีแรกคือความเจ็บรวดกับว่าร่างกายนี้กำลังแยกเป็นสอง ต่อมาคือความแสบจากทางด้านหลังและความร้อนระอุที่อยู่ในตัวจนจุกไปหมด
หมับ!


“...อะ.อา..ลู่..เจ็..บ..มัน..อึก..เจ็บ!..ฮือออ...”

มือทั้งสองคว้าเข้าที่หัวไหล่ของอีกคน บีบมันเพื่อให้อีกคนรู้ถึงความรู้สึกที่มี ในวินาทีนั้นน้ำตาหลายหยดไหลลงอาบแก้มใส ดวงหน้ากลมจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยใบหน้าเปื้อนน้ำตาจนทำให้อีกฝ่ายเริ่มรู้สึกผิด  แต่ด้วยอารมณ์ที่อยากจะขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์เต็มที่จึงทำให้เขาต้องเอาแต่ใจไม่สนคนตรงหน้า


“อึก..อาเปา..ฉันก็เจ็บ..ทรมานเหมือนกัน..”


“ได้โปรด...เห็นใจกันที..”


“..ฉันรักนายนะ”


สิ้นคำเขาก็เริ่มขยับสิ่งที่ค้างติ่งในร่าอวบมานานให้เคลื่อนไหว  แม้ความฝืดจะเป็นสิ่งเตือนให้เขาหยุดเพื่อรอให้พร้อมกว่านี้ แต่อารมณ์ที่มีมันไม่พร้อมที่จะหยุด เลยได้แต่ทนฟังเสียงคนข้างใต้กรีดร้องเพราะความทรมานอย่างกลั่นใจ
เขาเลยกลายเป็นคนโหดร้ายไปซะได้


“อ่ะ...อัก..อึก..ฮือ..เจ.เจ็บ..อ่ะ..อึก..อือ..อือ”

เขาไม่รู้จะทำยังไงให้ความเจ็บที่แล่นไปทั่วร่างหาย แม้จะร้องบอกอีกคนสักเท่าไรมันคงไม่ได้ผลเพราะเขารู้ดีว่าอีกคนเวลาเอาแต่ใจใครก็ห้ามไม่อยู่  เขาเลยได้แต่พยายามอย่างที่สุดที่จะปรับตัวให้ไปตามคนที่อยู่ข้างบน  เขาพยายามคลายตัวเองให้ได้มากเท่าที่จะทำได้ในตอนนี้ ปล่อยร่างกายให้เคลื่อนตัวไปตามจังหวะของอีกคนให้ได้มากที่สุด เขาปฏิเสธไม่ได้ว่าในความเจ็บที่อยู่ตามเส้นประสาททุกส่วนมันแสดงว่าความและเสียวซ่านอย่างเด่นชัด




ทุกครั้งที่ร่างข้างบนกระแทกกายใส่กลีบรักนั้นเขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสุขมากเพียงใด ทุกครั้งที่ร่างกายข้างใต้เอนไหวไปตามทางที่ตนเป็นคนนำ ยิ่งทำให้การเดินทางนี้ถึงดวงจันทร์มากขึ้น  วงแขนแกร่งวาดผ่านเอวเล็กๆไปทางด้านหลัง สวมกอดหลวมๆให้อีกคนได้ตัวลอยเหนือพื้นเตียงเล็กน้อย ซึ่งอีกคนก็ไม่ขัดวาดวงแขนขึ้นกอดรวบคอแล้วเอาหน้าซบกับไหล่กว้างเป็นหลักในการเดินทางสู่ดวงจันทร์ ส่วนขาเรียวก็เกี่ยวรัดเอวอีกคนไว้ให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเป็นการบอกว่า ตนเองต้องการที่จะรับอีกคนให้เข้ามาในตัวให้สึกซึ้ง


“อ่ะ..อ่ะ..อ่ะ..อา..อะ..อา..ลู่..”


“ฮืม..อืมม...อา..เปา..”


เขาเร่งเอวให้ถี่ขึ้นเมื่อกลีบรักรัดกายเขาแน่นขึ้น มันคือสัญญาณเตือนว่าร่างอวบใกล้ถึงที่หมาย และตัวเขาเองก็ต้องตามให้ทัน


“..อ่ะ..อะ..อ..า..ลู่...มะ..ไม่.”


“รอก่อน..อืม..คนดี...ไอ้อ้วนของลู่...รอลู่ด้วย”


กลับไปยังบทความ http://my.dek-d.com/bumhyuk/story/viewlongc.php?id=874044&chapter=11  ไม่เม้นบุ๋มงอลจริงนะ!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น